1 สัปดาห์กับการเป็น แม่ลูกสอง
posted on 27 Oct 2008 12:11 by arachan in Crazy-Bitch
1 สัปดาห์ผ่านไป ไวราวโกหก นี่ฉันฝันไปหรือ... เมื่อ 7 วันที่แล้ว ฉันยังอยู่บนเขียงอยู่เลย รอหมอมาผ่า มามะ จะเล่าบรรยากาศให้อ่าน
แต่เดี๋ยว สาละมี แกก้เอารูปมาให้ดูปล้วนี่ แต่เอาน่า คำบรรยายตามมาแบบพรรณนาโวหาร
เมื่อคืนวันที่ 19 ตุลา...
ตีสามยันตีสี่ ดิ้นไม่หยุดเลย ปวดจริงๆ
5.00 น. .... อึม ค่อยสงบหน่อย หลับต่อ
7.00 น. ตื่นแล้วน้า .... เฮ้ย ทำไมเงียบนาน ... เลยอ่านคู่มือพบแพทย์ ถ้าดิ้นน้อยลง ให้รีบไปหาหมอ
"พี่มอน สงสัยต้องไปหาหมอแล้ว".. ว่าแล้วก็คว้ากระเป๋าที่จัดเตรียมไว้อย่างดีและออกเดินทาง
เมื่อถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลก็รีบเข็นรถมารับ แล้วไปส่งที่จุดพักรอตรวจสำหรับคนไข้ที่อาการหนัก จะเป็นห้องรอตรวจที่มีเตียง พยาบาลก็ให้รอที่นั่น เราก็เล่าอาการให้พยาบาลฟัง จากนั้นก็วัดความดัน ชีพจร บลาๆๆ
9.00 น. หมอมา... แพทย์หญิงศรีจำนงค์ อาจารย์หมอผู้ที่เราเคารพยิ่ง เพราะผ่านมือมีดของแกมาแล้ว ครั้งนึง หมอเริ่มคลำท้อง และตรวจปากมดลูก อึม.... ไปรออัลตร้าซาวน์ก่อน หมอแกว่างั้น
10.00 น. รออัลตร้าซาวน์ พยาบาลหน้าห้องบอก ไปทานข้าวก่อน ด้วยความหิว พี่มอนเลยพาไปกินข้าวที่ร้านอาหารบนชั้นลอย
11.00 น. ลงมาอัลตร้าซาวน์ หมอใช้เวลา 20 นาที ควาน วน กด และถ่ายภาพ ... น้องขิง ในท้อง
11.50 น. พบแพทย์หญิงศรีจำนงค์อีกครั้ง...พร้อมภาพอัลตร้าซาวน์
หมอพูดถึงข่าวดี เจ้าขิงมีรกเบอร์ 3 เราไม่เข้าใจความหมายหรอก แต่แกบอกว่า ดีมาก
หมอพูดถึงข่าวร้ายคือ น้ำคร่ำไม่มี ผนังหน้าท้องของเราติดกับหลังของเจ้าขิง หมอว่า ปล่อยไว้รออีก 3 วันตามกำหนดก็คงไม่ดี ผ่าซะเลยโอกาสรอดสูงกว่า ว่าแล้วหมอก็โทรไปหาวิสัญญีแพทย์ .... ซ้ำร้าย ต้องตำหนิ เจ๊พยาบาลห้องเอ๊กซเรย์ ที่บอกให้เราไปกินข้าว เพราะถ้าบล๊อกหลัง บางคนอาจจะแพ้ยา และอาเจียนออกมา ซึ่ง เลวร้ายมาก เพราะท้องที่แล้วก็โดนมาก่อน ทั้งๆที่ กินข้าวไปนานกว่า 6 ชั่วโมง
12.00 น. ขึ้นไปรอห้องคลอด ก่อนอื่น เจาะเลือด... และสายน้ำเกลือก่อน โอย มันเจ็บนะคุณ....เข็มยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
12.30 น.พี่มอนใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเลือกห้องพักฟื้น และโทรแจ้งข่าวกับผู้คน
13.00 น. เตรียมเข้าห้องผ่าตัด บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเหล็กเข้ามา แล้วย้ายเราไปยังห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว...
ความทรมานที่ 1
ครั้งนี้ เป็นการผ่าฉุกเฉิน (ครั้งที่สอง) ซึ่งทำในตอนกลางวัน ผู้ร่วมปฎิบัติการ นับสิบ (พยาบาลดูเด็ก 2 พยาบาลประจำ 3 หมอศรีฯ วิสัญญี 1 ผู้ช่วยวิสัญญี และบุรุษพยาบาล) ผิดกับตอนของเจ้าไจ๋ ที่มีพยาบาล 3 คน ผู้ช่วยหมอ หมอศรีฯ และวิสัญญีอีกคน (รวมเป็น 6 คน) ซึ่งก็ อนุญาตให้พีมอนเข้าไปร่วมชะตากรรมได้ เหงาและกลัวมาก เพราะสามีโดนไล่ให้ไปรอที่ห้องพัก ความหวาดกลัวและความเครียด ถาโถมเข้ามา...ความรู้สึกที่เคยสัมผัส มันกลับมาอีกแล้วววว
ความทรมานที่ 2
เมื่อทีมงานพร้อม วิสัญญีแพทย์ (คนละคนกับตอนเจ้าไจ๋) ซึ่งครั้งนี้ มาพร้อมผู้ช่วยอีกคน ก็เริ่มบรรเลง แม่เจ้า เข็มฉีดคนรึเข็มฉีดควายกันแน่ 0_0 มันไม่มีอะไรที่น่ากลัวไปกว่านี้อีกแล้ว...
"โก่งหลังให้มากที่สุดนะ จะเสร็จเร็ว ไม่เจ็บ" หมอบอก ช่างเป็นการโกหกที่เราไม่อยากได้ยิน เพราะอะไรเหรอ
เรารู้สึกตลอดเวลาถึงความเจ็บปวดที่เข็มขนาดยาวเท่าดินสอ แทงเสียบเข้ากลางสันหลัง พร้อมกับฉีดยาชาอานุภาพสูงเข้าไป มันร้อนวูบ และตึงชาในเวลาไม่นาน
หลังจากนั้นเราก็ดูกขึงผืด แม่เจ้า โดนตรึงกางเขนรึนี่
ความทรมานที่ 3
เมื่อขาไร้ความรู้สึกแล้ว แต่เราก็ยังรู้สึกอยู่ดี พยาบาลเริ่มทำความสะอาด เรารู้สึกเหมือนขาถูกจับ เขาทาอะไรไม่รู้ให้ แล้วก็เอาผ้ามาบังๆ ขาชา ร้อนวูบๆ สักครู่หมอก็มา จำได้คำเดียว หมอถามว่า... เจ็บไหม แต่เราไม่ตอบ จากนั้น ก็รู้สึกแบบว่า แรงกด ปุบปับ ฉุบฉับ อะไรก็ไม่รู้ หลังผ้าที่เขาบังตาเราไว้ มันคงสยองมาก คนร่วม 6 คน รุมทำบางอย่างกับเรา .....
ไม่ถึง 5 นาที พยาบาลก็กดที่หน้าท้อง แรงกดทำให้รู้สึกจุกแอ๊ก
จากนั้นก็ตามด้วยเสียงร้อง ..... สิ่งที่เราทุกข์ทรมานมาตลอด มันเป็นความสุขแบบนี้นี่เอง โอย น้ำตาจะไหล
เจ้าขิงร้องต่อเนื่อง..... พยาบาลรับช่วงต่อไปทำความสะอาด และหมอศรีฯก็จัดการกับซากที่นอนอยู่ต่อไป
เขาเอาลูกสาวมาให้เราดูแว้บนึง แว้บนึงก่อนที่เขาจะเข็นไป กลันน้ำตาไว้..... ซึ้ง.....
ความทรมานที่ 4
เรารู้แน่แล้วว่า ลูกสาวปลอดภัยดี เอาละ กลั้นหายใจเข้าไว้.... หมอศรียังคงทำงานต่อไป แต่ฉันสิ โอย กูจาอ้วกแล้ว มันพะอืดพะอม ขมคอเหลือเกิน พยาบาลก็เลยเอาถาดเล็กมารองไว้ให้เราอ้วก
คุณคิดดูนะ ถ้าเวลาเราอ้วกเนี่ย มันจะต้องใช้กำลังภายในขับเคลื่อนของในกระเพาะออกมาและก็ก้วหน้าให้มันออกมาง่ายๆใช่ไหม แต่นี่ โนจับมัด ตัวชาไปครึ่ง กระเพราะ และหน้าท้องไร้ความรู้สึก บังคับมันไม่ได้ แต่ของในนั้นมันก็คะย่อนออกมาก โอออออยยยยยยย บรรยายไม่ถูก ของแบบนี้ ต้องไปเจอเอง ทรมานจริงๆๆๆ (ยังดีกว่าตอนไจ๋ รอบนี้กินผัดผักกะไข่ลูกเขย ไม่เหมือนตอนไจ๋ ล่อพะแนงหมูเข้าไป แสบละคุณขา....๐_0)
ความทรมานที่ 5
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ... หมอก็จากไปพร้อมพยาบาลผู้ช่วย 2-3 คน ไม่ถึงอึดใจ บุรุษพยาบาลก็เข็นที่นอนเหล็กเข้ามา พยาบาลและผู้ช่วย 4-5 คนช่วยกันนำร่างครึ่งท่อนที่ไร้ตวามรู้สึกของอภิรดา กับสติที่เต็มร้อยขึ้นเตียงไปรอที่ห้องเฝ้าอาการหน้าห้องผ่าตัด
การรอคอย 2 ชั่วโมงนั้น ทรมาน นอนไม่หลับ ทั้งที่เขาให้นอน ยาฆ่าเชื้อกับแก้อักเสบถูกฉีดเข้าสายยางเป็นระยะ มันแสบร้อนวูบจาดรูเข็มเข้าท่อนแขน จนแทบขยับไม่ไหว อ๊อกซิเจ้นที่ให้ดม ดูเหมือนมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ หายใจได้แค่ครึ่งเดียว ท่อนล่างถูกสาปเป็นหิน... พยาบาลเข้ามาดูเป็นระยะ พร้อมเสียง ตืดตื้ด.... เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ทำงานทุก 15 นาที
ความทรมานที่ 6 ...
หนาว... มันหนาวมาก หนาว .... สั่นๆๆ พยาบาลเอาผ้าห่มไฟฟ้ามาห่มไว้ หนาวจนปากสั่น
เขาว่าถ้าหนาว.... แสดงว่าเราจะใกล้ตาย
นี่เราใกล้ตายจริงหรือ.......
ไม่นะ ไม่ ฉันยังไม่ได้เห็นลูกๆ เลย ขอเห็นหน้าลูกๆก่อน
ไม่ ๆๆๆ จะหลับไม่ได้ ถาหลับแล้ว เกิดหลับลับละ ไม่นะ
แข็งตาตื่นตลอด 2 ชั่วโมง
16.30 น. ได้เวลาเข็นขึ้นห้องพัก หลังจากสลบไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกที ก็ดีขึ้น ขยับแขนได้คล่อง เท้าเริ่มหายชา บุรุษพยาบาลมาพาเข็นไปที่ห้องพัก
ในห้องพัก มี ยาย พ่อ น้าเหมียว พี่อ้อ และหลานชายซีเจ รวมถึงพี่มอน มารอต้อนรับ เราทั้งยิ้มทั้งน้ำตา เรายังไม่ตาย ทุกคนที่เรารัก มาอยู่ที่นี่เพื่อเรา....
ความทรมานที่ 7 และต่อๆไป
ส่วนความทรมานที่คิดว่าได้จบลงแล้ว จริงๆ ไม่ใช่หรอก
มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น...
ดื่มจากเต้าครั้งแรก
ไว้จะมาอัพเดทเรื่อยๆ ช่วงนี้ ว่างปแล้ว จะพยายามมาอัพทุกวันเลย
ขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจเข้ามาอ่านนะคะ




#1 By General เบ๊ on 2008-10-27 13:49