Cosplayer

ก็แนะนำตัวตามปกติ ไม่มีอะไรมาก ปกติเป็นคนชอบอ่านไม่ชอบพิมพ์นะ แต่มีอะไรก็จะบ่นๆไป

ตอนเด็กก็ชอบการ์ตูน อยากเป็นนักบัลเล่ต โตมาหน่อย ก็อยากเป็นนักเขียนการ์ตูน

จบมาเป็นกราฟฟิก ปัจจุบันตัดคอสเป็นว่าเล่น เรื่องวงการคอสเพลย์ไทยอ่ะ มีให้บ่นแยะ

ไว้จะรวบรวมที่บ่นมาให้อ่านแก้เซ็ง

แค่นี้ก่อนค่ะ


edit @ 2005/08/30 22:23:51


เรื่องวงการคอสท์นี่ มันก็เหมือนๆกับ วงการการ์ตูนไทย เมื่อ 10 ปีก่อน ที่จู่ๆ ก็มีคนถามขึ้นมาว่า การ์ตูนไทย คืออะไร ใครนิยามได้ไหม บ้างก็ฟันธงว่า การ์ตูนไทย ต้องมีตัวการ์ตูนใส่ชุดไทย ฉากบ้านเรือนไทยๆ บ้างก็ว่า ต้องตัวละครเป็นไทย บ้างก็เหมาแค่ว่า ต้องมีเด็กจุก! คำนิยามหลากหลายมากมาย จนเป็นเรื่องกันเยอะ ระหว่างสำนักพิมพ์กับนักเขียน จนกระทั่ง มีการ์ตูนเรื่องนึง ที่คนวาดเป็นญี่ปุ่น แต่วาดพระเอกเป็นคนไทย มีฉากบรรยากาศไทย(มีวัดพระแก้วด้วย) เพราะนางเอกที่เป็นคนญี่ปุ่นมาประเทศไทย มีทั้งชื่อไทย ฉากไทย อาหารไทย และเด็กจุก ก็เลยมีคนย้อนถาม คนที่ตอบคำถามเหล่านั้นไปว่า อย่างนี้นี่ เรียกว่าการ์ตูนไทยได้ไหม และทุกคนก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน ว่า "ไม่" พอย้อนถามไปว่า ทำไมละทั้งที่ เขาก็วาดทุกอย่าง ที่พวกคุณบอกว่า ต้องเป็นการ์ตูนไทยแล้วนี่ เขาก็ตอบเหมือนกันหมว่า คนวาดไม่ใช่คนไทย ก็เลยทำให้ สรุปได้สั้นๆว่า การ์ตูนไทย ก็แค่ บอกสัญชาติของคนวาด คนไทยวาดหลุย ก็เป็นการ์ตูนไทย คนไทยวาดโดจิน ก็เป็นการ์ตูนไทย เพราะฉะนั้น นิยามเรื่องคอสเพลย์นี่ พี่คิดว่า เมื่อถึงเวลา ก็คงมีคนตระหนักได้เช่นเดียวกับ นิยามเรื่องของการ์ตูนไทยซึ่ง คงต้องใช้เวลากันหน่อยอะนะ

รึอาจจะเป็นเพราะสังคมไทยค่อนข้างปิด ไม่เหมือนเกาหลี ญี่ปุ่นฝรั่ง ที่เสรีกว่า ก็เลยทำให้ มีคนหลายคนอยากเข้ามาดูแลกำกับในเรื่องความปลอดภัยของนักคอส ญ ซึ่งพี่ว่านะ แทนที่จะเอาเวลาไปดูส่วนนั้นซะมาก เอาไปดูแลเน้นเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สิน การดูแลสิ่งของอุปกรณ์คอส ดีกว่า เพราะมีปัญหาการลักเล๊กขโมยน้อย ปัญหา ของหาย เยอะมาก แต่หลายคนคิดว่า ของหายเรื่องเล็ก จับผิดคนโรคจิตเรื่องใหญ่ ทั้งที่ว่า ขโมยสัก 100 คนนี่ อาจจะมีโรคจิตจริงๆ แค่ 2- 3 คนเท่านั้นเองนะ
ก็ พูดเท่าที่คิด ความเห็นส่วนตัวน่ะ ไอ้ที่ว่ามีป้องกันความปลอดภัยนักคอสนี่ ดีนะ ไม่ใช่ว่าไม่ดี

ทำอะไรเพื่อส่วนรวมนี่ มันดีหมดแหละ (ไม่ได้ประชด)

จากกระทู้ (เจ๊อุ้มตอบ) http://www.gigamag.net/yabb/index.php?topic=4768.0


edit @ 2005/08/30 22:23:45
การคอสก็เหมือนศาสตร์ด้านศิลปะต่างๆ ซึ่งคนมองไม่เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าเปิดใจกว้างๆสักหน่อย วงการนี้ คงก้าวไปได้ไกลกว่าที่คิดเยอะ
222 Re: คุณ แต่งคอสเพราะอาไรเหรอ? on: 28 มีนาคม 2005, 12:46:25 PM
อ้อ
ส่วนเรื่องคนที่มองคอสเพลย์เป็นแฟชั่นเนี่ย

ให้คิดสะว่า เหมือนแฮรี่พอตเตอ ที่ช่วงบูมสุดขีด ก็ถึงขนาดตั้งโรงเรียนเวทย์มนตร์ ตั้งกลุ่มแฮรี่ บลาๆ แต่พอผ่านไปสัก ปี-2ปี พออะไรๆ อยุ่ตัว (ออกมาหลายภาคแล้ว) มันก็เหลือคนที่ชอบจริงๆ ติดตามอยู่ ไม่กี่คนหรอก)

คอสเพลย์สำหรับบางคน พอถึงเวลา เขาก็เลิกเห่อกันไปเอง
แต่ขอแค่อย่างเดียว

ถ้าเลิกเห่อแล้ว อย่าให้ร้ายนักคอสกันเอง ถ้าเขาอยกาแต่งต่อไปก็เรื่องของเขา แต่จะบอกว่า พวกที่เห็นว่าเป็นแฟชั่นแบบ(พักๆ) เดี๋ยวเขาก็เลิกไปเอง เพราะพี่ว่านะ คอสเพลย์ มันไม่เชิงเป็นแฟชั่น เพราะมันมีให้ใส่ได้ตลอด (ความหมายของแฟลั่นคือ บ้าเป็นพักๆ) แต่เปลี่ยนแนวทางการแต่งตัวไปเรื่อยๆเท่านั้น พ่ว่า น่าจะเรียกว่า เป็น อารยธรรมคอสเพลย์ได้ นะ (เหมารวมการคอสทุกอย่างไว้ด้วยกัน) เวอร์ไปไหมหว่า
223 ThaiCosplay.com Forum / ThaiCosplay Talk / Re: คุณ แต่งคอสเพราะอาไรเหรอ? on: 28 มีนาคม 2005, 12:40:44 PM
ขอ ปาฐกถา ยาวๆสักยกนึ่ง


อันว่า คนเรานั้น ไม่ได้มีชีวิตเพียงด้านเดียว เพราะมุมมองของโลกนั้นยังเป็น 3 มิติเลย (โลกมิได้แบน) เพราฉะนั้นการใช้ชีวิต ก็ควรเป็นมุมมองแบบหลายมิติด้วย
กล่าวคือ เป็นมุมมองที่เราเป้น มองในมุมมองที่คนอื่นเห็นเรา ถ้าในครอบครัว มีพ่อแม่พี่น้อง ของเรากี่คน ก็นับไปสิว่า มุมมองที่เป็นเรานั้น มีคนมองเห็นกี่คน กี่แบบแล้ว เราจะมุ่งไปยังมุมมองที่เราเห็นเพียงฝ่ายเดียวนั้น ไม่ได้ ควรเปิดใจกว้าง รับความเห็นของผู้อื่นที่มีต่อตนเองด้วย

วกเข้ามาในเรื่องของคอสเพลย์

จริงอยู่ เจ๊เองออกจะเป็นพวกหัวรุนแรงกับ การใช้คอสเพลย์เป็นเครื่องมือในทางที่ผิด แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเราก็ต้อง มองในมุมมองของเขาบ้างว่า การใช้คอสเพลย์เป็นเครื่องมือนั้นไปในทิศทางใด อันนี้ ลองวิเคราะห์ด้วยตนเองแล้ว จะไดคร่ๆดังนี้

1. การใช้คอสเพลย์ เพื่อเป็นเครื่องแสดงความเป็นปัจเจกของตน อันนี้หมายถึง การแต่งเพราะอยากแต่ง อยากให้คนรู้ว่า เราชอบคาแรกเตอร์ตัวนี้ เรื่องนี้ อยากแต่งเพราะเหมือนตัวละครที่แต่ง อยากแต่งเพราะ เพื่อนๆชักชวนและมาร่วมกันแสดงความสามัคคี เป็นต้น ประเภทนี้ มักไม่สนใจคำวิภาควิจารณ์ของคนรอบข้าง ไม่สนว่า คนจะแต่งซ้ำหรือโหลแค่ไหน ก็ประมาณว่า "ตูอยากแต่งแบบนี้อะ ใครจะทำมัย"

2.การใช้คอสเพลย์เป็นเครื่องแสดงฐานะ บางคน มีรสนิยมการคอสที่เลิศหรูเลยอยากแสดงออกด้วยการแต่งคอสที่ลงทุนมหาศาล บ้างก็แต่งเพื่อข่มคนที่แงเป็นตัวละครเดียวกัน มาประชันในงานเดียวกันว่า "ของฉันเหมือนกว่า ของฉันเด่นกว่า ของฉันแพงกว่า" เป็นต้น

3.การใช้คอสเพลย์เป็นเครื่องดึงดูดในการโฆษณาและหาเงิน อันนี้จะมี 2 แบบคือ
3.1 แต่งคอสเพลย์เพราะถูกว่าจ้าง ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เรียกว่า พรีตตี้ ตามงานเกมส์ การ์ตูน ต่างๆ โดยมากจะเป็นสาวงามแต่งชุดเป็นหุ่นโชว์หน้าบูธ คอยแนะนำอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับเกม การ์ตูนนั้นๆ
3.2แต่งคอสเพลย์เพื่อรับจ้างการแสดง จะกลายไปออกแนว ละครเวที สตันท์โชว์ และฮีโร่โชว์ เป็นต้น
บ้างก็ว่า ไอ้ข้อ 3นี่ มันก็คอสท์เพลย์นะ แต่ ถ้าเราแต่งอะไรเพื่อการค้า หรือมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง มันจะกลายเป็น คอสเพลย์เชิงพานิช หรือ มาสคอตเพลย์เยอร์ไป (ไม่ขอกล่าวถึงกลุ่มใดที่ทำชุดเพื่อการแสดงแล้วมาเหมาว่าเป็นคอสเพลย์นะ)

4. การใช้คอสเพลย์เพื่อโปรโมทตนเอง ข้อนี้ลูกครึ่ง ระหว่าง พริตตี้ กับ ปัจเจก เพราะ ไม่ได้ถูกให้ใครจ้าง และตูอยากแต่งเอง จะมีความรู้เรื่องตัวลรที่ใส่รึไม่ก็ช่าง ขอโชว์ไว้ก่อน ... ซึ่งมักจะเรียกร้องความสนใจได้ผล เพราะ ในข้อนี้ สาวๆ มักจะเป็นกัน (และมักมีปัญหา เรื่องตากล้องโรคจิต เสมอๆ )นั่นเอง

นี่เป็นความเห็นส่วนตัว หลังจากอยู่ในวงการมา 4-5 ปี ทำให้รู้อะไรๆพอสมควร อายุอานามก็ใกล้เลข 3 เข้าไปทุกทีๆ เพราะฉะนั้น เจ๊จึงขอวางตัวเป็นกลางๆแบบนี้แหละ แล้วก็หลุยเป็นพักๆ ไปด้วย (อันนี้นะ เหมาทั้ง ข้อ 1 2 และ 4 เลย 55555555)

ส่วนเรื่องทัศนคติที่มีกับคอสเพลย์นี้ บอกแล้ววว เดี๋ยวถึงเวลา ก็บรรลุกันไปเองแหละ ไม่ต้องมานั่งเถียงกันให้เมื่อยปากหรอก
เชื่อเจ๊เหอะ
edit @ 2005/08/30 22:24:01

1. สตรีชาวหลุยทุกคนจะสวมคอเซท (ยกเว้นคนท้องและเด็กที่ยังไม่สาวหรือ ยังไม่มีรอบเดือน)ไม่ว่าจะ แก่เหี่ยว สาวปิ๊ง อ้วนปลิ้น ชาวนา แม่ค้า หรือ เคาเตส ก็จะสวมใส่คอเซทด้วยกันทุกคน
คอเซทก็มีหลายประเภทอยู่ ว่ากันว่า ชาวนาชาวไร่ ก็จะตัดคอเซทจากผ้าฝ้ายที่ทอกันเอง เนื้อหยาบ โครงดามเอวก็ใช้ไม้ มาเหลาเสียบ ไม่ก็ใช้เหล็กทำโครขุ้นมา แล้วแต่การสวมใส่ว่าใช้งานหนักแค่ไหน ส่วนขุนนางหรือชนชั้นกลางที่มีเงินก็จะไปจ้างช่างมาตัด ให้พอดีตัว หรือซื้อสำเร็จจากร้าน (พวกมือ1-2 มีขายนะ) ตัวคอเซทจะทำจากผ้าฝ้ายชั้นดี หรือผ้าไหมที่ระบายอากาศได้ โปร่งเบา โครงจะทำจากไม้เนื้อดี หรือ กระดูกปลาวาฬ(ที่แน่ๆ กระดูกปลาวาฬ มีหลักฐานว่าใช้กันเยอะจริงๆ สมัยศตวรรตที่ 19) คอเซท นอกจากจะคงรูปร่างของสาวๆไว้แล้วยังช่วยดัดหลังให้ตรงด้วย เขาถือมากเรื่องบุคลิคอะน่ะ

2. รู้หรือไม่ ผู้ชายบางคนก็สวมคอเซทนะ สำหรับชาวหลุยที่ไม่อาจจำกัดบอดี้ให้อยู่ในขอบเขตได้ ก็จะใช้วิธีการสวมคอเซทเช่นเดียวกัน แต่คอเซทอของสุภาพบุรุษหลุยนั้น จะรัดแค่ช่วงรอบพุง เท่านั้น ไมครอบเลยขึ้นหน้าอกแบบของผู้หญิง เวลาชายหน่มพุงยื่นสวมคอเซทจะช่วยดัดหลังให้ตรงและ ดูพุงที่ยื่นออกมานั้นก็ น้อยลงด้วยนะ


3. สาวๆที่อยู่บ้านอย่างหลุย จะสวมหมวกคลุมผมเสมอ ทั้งแก่ทั้งเด็ก ทุกวัยทุกฐานะ จะสวมผ้าหรือหมวกคลุมผมไว้ อันนี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนะ แต่มีหลายเหตุผลที่พอเป็นไปได้เช่น ข้อแรก ผู้หญิงที่ทำครัวจะโพกผ้าใส่หใวเพื่อป้องกันควันมารมผม เพราะรู้ๆกันอยู่ว่า สมัยนั้นเขาไม่สระผมกันบ่อยๆ ข้อสอง สมัยนั้นเห็บเหาระบาดกันง่าย การสวมที่ครอบคลุมผมไว้ก็เป็นการป้องกันที่ดีทางหนึ่ง ข้อสุดท้าย อาจจะเพราะอากาศ บางวันเขาก็อาจจะไม่สวมที่ครอบอยู่บ้าน แต่โดยมากจะสวม และอาจสวมสองชั้น ถ้าอากาศหนาว หรือสวมแบบครอบมิดหัวในเวลานอน เป็นต้น (ในกรณีที่ออกงานบอล ดินเนอร์ หรือชมโอเปร่า จะนิยมประดับผมด้วยอัญมณี โบว์และ ขนนกแทนการสวมหมวก แต่ก็มีการสวมหมวก ที่ทอสวยงามออกงาน สำหรับสาวแก่ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วหรือ แม่หม้ายวัยทองทั้งหลาย)


4. การสวมรองเท้าสำหรับสตรี ชาวหลุยที่อยู่บ้าน จะสวมรองเท้าไว้เสมอ ไม่ว่าจะในบ้านนอกบ้าน รองเท้าของสตรีจะมี 2 แบบคือ สำหรับหลุยผู้ดี จะสวมรองเท้าแตะในบ้าน หรือ Miniature Shoes ซึ่งเป็นรองเท้าสวมด้านหน้า เปิดส้น และมีส้นสูงเล็กน้อย ส่วนแบบที่ชาวนาใส่ จะเป็นSandle คล้ายๆรองเท้าหุ้มข้อที่พื้นแบนๆ เวลาออกนอกบ้าน ก็มีสองแบบอีก คือสำหรับหลุยผู้ดีมีตังสวมทับด้วยรองเท้าไม้ ต่อส้น (ไว้ย่ำเวลาลุยตลาด) กับเปลี่ยนรองเท้าเป็นหนังหุ้มข้อ หรือบูทสูงแบบผู้ชาย (ไว้สำหรับเดินทางไกลๆ และขี่ม้า) หลุยชาวบ้านเวลาเดินตลาด บางทีก็ใส่ไอ้คู่ที่มีแหละ แต่ไปตอกพื้นเป็นไม้ให้หนาๆหน่อย ทำความสะอาดง่าย




เอาแค่นี้ไปก่อน ที่เหลือไว้ต่อวันหลัง ยาวมากๆๆๆ

จาก http://www.gigamag.net/yabb/index.php?topic=5007.0กระทู้เชิงสารคดี ของเจ๊อุ้ม


edit @ 2005/06/21 20:22:31
edit @ 2005/08/30 22:24:10
  • Ragnarok Set

ชุดแดนเซอร์ จนถึงบัดนี้ก็ยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก ขอยืนยันว่า เมื่อใดที่ลดน้ำหนักลงได้อีก จะกลับมาใส่ แน่นอน

อันนี้ Assassin Cross ขอบอกว่า ผ้าแทบที่คาดเอวนั้น ร้อนสุดๆ

ชุดPriest อันนี้ เป็นชุดที่สองที่ตัด หลังจากตัดชุด Rogue เอวเล็กมาก ตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว

ตอนนี้ยังไม่ได้อัพลิงค์เพิ่ม** แต่มีภาพPrivate Cosplay ที่สวนลุม เมื่อปีก่อน ที่นี่


to be continue ....


เจ๊อุ้ม
View full profile